วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Vita Brevis

ชีวิตสั้น
ศิลปะนั่งยาว

ปิดเทอมสั้น
สันหลัง ยาว
2เดือนที่ผ่านมา ทำงานหางจุกตูด
ไม่ได้กลับบ้านเดือนกว่า
อาปาลืมหน้า เหมียวลืมกลิ่น
แมวย้ายถิ่นอาศัย ไม่มากินข้าวที่ฉันเตรียมให้อีกต่อไป
แอนิเมทช้า เรนเดอร์งานไฟนอลมายาเลยช้าตาม
คอมสองเครื่องช่วยกันอันหนึ่งแอนิเมทงานเก่า อันหนึ่งเรนเดอร์
ตั้งนาฬิกาปลุกทุกครึ่งชั่วโมงตลอดคืน

นึกว่าจะไม่ทัน
แต่ก็ทัน

วันต่อมามีงานthank รู้สึกเหมือนเป็นหน้าที่ๆต้องไป
แต่ก็สนุกดี

ไปเสม็ด รู้สึกเหมือนจ่ายตังไปแล้วต้องไป
เป็นอีกหนึ่งภารกิจ
แต่ก็สนุกดี

หมดสิ้นภารกิจมาอยู่บ้านอีก 5 วัน.....................ก็เปิดเทอม
รู้สึกเหมือนตัวเองปิดเทอม 6วัน
ที่จริงนั่นก็ถือว่ามากพอแล้ว
เพราะ6วันที่ฉันปิดเทอม
ไม่มีอะไรพิเศษเลย
......................เธอไม่อยู่.....................
อีก2วันเปิดเทอม
ฉันจะกลับไป เป็นมนุษย์ผู้โง่เขลาคนเดิม
คอยแรดๆตื่นไปเรียนไม่ทัน
ทำงานห่วยๆ ทำตัวเหมือนอเลิทแต่ที่จริงเฉื่อยชาเหมือนเดิม
ทำงานด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว กรีดร้องโวยวายเมื่อมีสิ่งไม่ได้ดั่งใจ
และจมอยู่กับความมืดมนในห้วงแห่งความคิดตื้นๆแบบไร้สมอง
แบบที่ฉันเคยเป็น
และจะเป็นแบบนี้ ตลอดไป

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2551

โรแมนติกหรือหลอน...


ฉันได้ยินเสียงเธอกระซิบบอกรักฉัน..ในห้องที่เงียบสงัด
เธอเข้ามาโอบกอดฉันเบาๆ
ฉันหันไปหาเธอ
.....แต่ไม่มี..

ในห้องมีฉันเพียงคนเดียว...
แล้วเธออยู่ที่ไหนกัน....
ฉันหลับตาลงช้าๆ ปล่อยสมองให้โล่งสัก10วินาที
แล้วเมื่อฉันลืมตาฉันจะพบเธอ

ฉันยังคงจินตนาการว่าเธออยู่เคียงข้างฉันตลอดเวลา
...แม้ฉันจะจับต้องเธอไม่ได้ก็ตาม


นี่มันบทพร่ำเพ้อแสนโรแมนติค
หรือไดอะลอกในหนังผีกันแน่นะ

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551

your own time

คุณมีเวลาส่วนตัวของคุณ

คุณมีหน้าที่ของคุณ


ในขณะที่ฉันก็มีหน้าที่ของฉัน


ฉันไม่ควรเสนอหน้าเข้าไปอยู่ในห้วงเวลาของคุณใช่ไหม?

ฉันเข้าใจเหตุผลที่คุณกล่าวอ้าง...เข้าใจทุกอย่าง

และมันก็เป็นจริงทุกประการ

แท้จริงแล้วฉันก็ไม่อยากเอาอารมณ์อยู่เหนือเหตุผลหรอก

ฉันเตือนตัวเองอยู่ตลอด

แต่ทำไมฉันทำไม่ได้สักที?


วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

นิทานไม่จบ

ได้งานวิชาปฐมวัยของ อ.นะคะนะมา
ทำนิทานแผ่นเดียวขนาด a3 นิทานต้องไม่จบด้วย
ก็งงกันเลยทีเดียว นิทานไม่จบเป็นยังไง
แต่งนิทานไม่ได้ เลยวาดรูปไปก่อน ค่อยแต่งเรื่องตาม

แต่งยังไงดี....ที่คิดไว้เล่นๆก็มี

"แกะน้อย หนีแม่แกะมาเที่ยวในเมือง

แล้วหาทางกลับไม่ได้ หิวก็หิว หญ้าก็ไม่มี

ระหว่างทางไปเจอหมาน้อย แกะจึงถามทางหมาว่าทุ่งหญ้าไปทางไหน

จากนั้น................................(จบ)"

อีกอันก็

"หมากับแกะเป็นเพื่อนกัน ทั้งสองอาศัยอยู่ในป่าแสนสงบ อยู่กันเพียง2คน

หมาไม่เคยเหงา เพราะมีแกะเป็นเพื่อนอยู่แล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่ง แกะชวนหมาย้ายไปอยู่ที่อื่น

ไปอยู่ในเมืองใหญ่ๆ มีเพื่อนฝูงเยอะๆมีห้างสรรพสินค้า

แต่หมาไม่อยากไป เพราะหมามีความสุขที่ได้อยู่ในป่าสงบๆอยู่แล้ว

หมาจึงบอกแกะว่า "ฉันไม่อยากไปเลย"

แกะรู้สึกขัดใจเป็นอย่างมาก จึงบอกว่าจะเข้าเมืองคนเดียว หมาเป็นห่วง

เพราะในเมืองมีแต่คนใจร้าย หมาจึงตามมาด้วย จากนั้น.....(จบ)"

โว่ย แต่ละเรื่องแลดูไม่เข้าท่าเลย

จะแต่งยังไงดีนะ!

วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Can I Eat this Score?

งานเยอะมากๆ......
ลองลิสท์งานออกมา เป็นวิชานอกเอกสัก70%
อะไรกันเนี่ย....ทำไมต้องเอาเวลามาทุ่มให้กับวิชาโทมากกว่าด้วยวะ
พยายามมองในแง่ดี พยายามหาประโยชน์จากงานที่ทำ
ประโยชน์มีอะไรนอกเหนือจากคะแนน
คะแนนมันแดกได้ไหม
เรียนปฐมวัยได้คะแนนดีๆไปก็ไม่ได้แปลว่าลูกเราจะได้เป็นไอสไตน์
เขียนแผนการสอนเป็นก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไปสร้างโรงเรียนให้ลูกเรียนเอง
อนาคตเป็นเรื่องที่ไม่ชัวร์ จะมีลูกรึเปล่ายังไม่รู้เลย
เรื่องพวกนี้มันแดกไม่ได้ เออ มันเอาไปเลี้ยงลูกได้จริง อันนั้นรู้
แต่มันจะมีประโยชน์อะไรกับการที่ว่าที่คุณแม่จบไปทำมาหากินไม่ได้
ได้แต่แบกเอาทฤษฎีการเลี้ยงเด็ก หลายๆสิบทฤษฎีเอาไปแดกเล่น
วิชาในเอกมันหาเงินให้เราแดกได้
เรามาเรียนเพื่อจะหากินกับมันอยู่แล้ว
ไม่ใช่หากินกับทฤษฎีอะไรนั่น เออ ไอ้พวกนี้มันอ่านสนุก
แต่ไม่ใช่เวลานี้.......
เวลาที่จริงจังอยากทำอะไร
อยากฝึกทำนู่นนี่ไว้ใช้หากินในอนาคต
แม่งก็มาติดกับอีลิสท์งานบนผนัง
ทำนิทาน,ดูเด็กที่โรงเรียน,หาตัวแปลต้น-ตามในทีสิสเกี่ยวกับเด็ก(ซึ่งทำไปแล้ว ต้องทำอีก)
ไปนั่งเฝ้าพัฒนาการเด็ก แล้วเล่นกับแม่งด้วย(กูจะเอาเด็กที่ไหนให้เฝ้าละเว้ย)
ดูพัฒนาการน้องต้นข้าว(ลูกใครวะแม่ง),ถุงถั่ว,เครื่องดนตรี,
บลาบลาบลา
เหนื่อยนะเว้ย.......

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ดูหนังแล้วคิดถึงเธอ



วันนี้ได้ดูdvdเรื่องEnchanted

มีหลายคนบอกให้ดูเพราะดูแล้วจะ คิดถึงใครบางคน

เจ้าหญิงนั่งเรือให้บิสซิเนสแมนพายเรือ

เจ้าหญิงที่ร้องเพลงตลอดเวลา มันจะน่ารักก็แค่ในหนังเท่านั้นแหล่ะ

เศรษฐกิจไม่ดี เงินทองไม่มี ตัญหาไม่ลด

เมื่อวานได้มีโอกาศไปเดินเลือกหาซื้อรองเท้าดีๆสักคู่
ที่ยอมซื้อคู่ใหม่ เพราะคู่เก่าพังหมดแล้ว
(ตอนแรกจะไม่ซื้อมันก็ขาดประท้วงทีละนิด ทีละข้าง ถ้ามันพูดได้คงด่าว่า
"ซื้อกูมาแค่60บาทใช้นานขนาดนี้ยังไม่พออีกหรออีงก")
เดินเข้าเดินออกหลายร้านที่เซนทรัลเวิร์น
ปากก็พร่ำบ่นตลอดเวลาว่าทำไมข้าวของรองเท้ามันแพงจัง
พวกสาวๆซื้อบ่อยๆหาเงินหาทองกันจากไหนเนี่ย จะได้ไปหาบ้าง
เดินไปเดินมาก็ไปเจอกระเป๋าคอเลกชั่นใหม่ของ LeSportsac
เป็นลายมาทรอชกา น่ารักโดนใจ
แต่ก็แพงมากๆถ้ามองว่ามันเป็นเพียงกระเป๋าผ้า
แต่ชอบลาย จังเลย ทำไมต้องขายใบละหลายๆพันด้วย 2-3ร้อยก็พอแล้ว > <




เซลสัก95%แล้วฉันจะซื้อ

สรุปแล้วเมื่อวานฉันก็ไม่ได้รองเท้าบนห้าง

เพราะคู่ที่ถูกใจไม่แพงนักก็ไม่มีไซส์ ที่ถูกใจอีกอันก็แพงไป

ที่ถูกใจอีกอันก็ลายฟร้อยไปคงใส่ได้ไม่นาน เกรงจะไม่คุ้ม

แต่ได้รองเท้าโบนันซ่ามาเพราะรองเท้าคู่กรรมนายเวร

มันโดนน้ำฝนนิดๆหน่อยๆก็เกิดอาการ"ขาดคาตีน - -"

ต้องซื้อเปลี่ยนทันทีมิฉะนั้นจะเดินไม่ได้

ถ้ามันไปขาดในร้านcamper ฉันมิต้องหอบหิ้วรองเท่าราคาครึ่งหมื่นออกมารึ

(แต่ฉันว่า ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง ฉันคงเดินตีนเปล่าออกมาหล่ะ)

อยากมีเงินมีทองก่ายกองมากมายมาชอปปิ้งสนองตัญหาที่มาพร้อมกับวัตถุนิยม

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ถึงคุณอัลแบร์ กามู

"ผมอยากเตือนคุณไว้ว่า ถ้าเพื่อนคนไหนขอร้องให้คุณพูดออกมาตรงๆว่าเขาเป็นคนอย่างไรล่ะก็ อย่าไปหลงเชื่อเป็นอันขาด เขาเพียงแต่อยากให้คุณพูดในสิ่งที่เขาอยากฟังสิ่งที่จะมาสนับสนุนความนับถือที่เขามีต่อตัวเองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น มันจะน่าฟังมาก หลังจากที่คุณให้สัญญาตั้งแต่ต้นว่าจะพูดความจริง การรักและบูชาความจริงนั้นเป็นสิ่งเสพย์ติดได้เหมือนกัน มันทำให้เคลิบเคลิ้มระคนสบายอกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวโดยตรง ดังนั้นหากใครขอร้องให้คุณสัญญาว่าจะพูดแต่ความจริง คุณอย่าลังเล ให้สัญญาเขาไป และโกหกให้หน้าตายที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากเขาจะสมปรารถนา คุณยังได้พิสูจน์ตัวเองด้วยว่าคุณเป็นเพื่อนรักเขาอย่างแท้จริง" La chute

ถึง คุณอัลแบร์ กามู
ฉันได้พบคุณในวันที่มหาลัยเอาหนังสือมาลดราคา
ฉันได้ไปคุ้ยกองหนังสือเก่าๆ ราคาถูกๆ
ในกองนั้นมีหนังสือดีๆมากมายที่ไม่มีใครซื้อ จนต้องเอามาเซล
ฉันไม่ค่อยรู้จักหนังสือดีๆ เก่าๆสักเท่าไรหรอก
ยิ่งงานเขียนจากเจ้าของรางวัลโนเบลแบบคุณนี่ฉันแทบไม่รู้จักเลย
ฉันชอบอ่านหนังสือก็จริง แต่หนังสือที่ฉันอ่านก็เป็นเพียงงานเขียนใหม่ๆทั่วๆไป
ฉันเจอหนังสือของคุณ.....มนุษย์สองหน้า....(La Chute)
หน้าปกมันไม่น่าดึงดูดใจฉันสักเท่าไร
แต่ที่ดึงดูดฉันคือชื่อของคุณ
ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร เพียงแค่คุ้นชื่อคุณ
และผลงานของคุณถูกนำมาเซลเหลือเพียง35บาท
ฉันซื้อมาไปอย่างงั้น ซื้อเพราะคุ้นชื่อคุณ และมันถูกดี
ฉันนำงานคุณมาอ่านในห้องน้ำ เวลาทำธุระส่วนตัว
งานเขียนคุณไม่ได้สนุกสักเท่าไร
แต่งานเขียนของคุณมันดึงดูดฉัน
คุณอาจเขียนกระทบกระทั่งจิตใจฉัน
หรืออะไรก็แล้วแต่
ฉันไม่รู้หรอก
คุณกล่าววาจาเสียดแทงความเป็นมนุษย์ได้อย่างแยบยล
หลายๆสิ่งที่คุณพูดอาจเป็นสภาพสังคมในช่วงทศวรรษ 40-50
แต่คุณรู้ไหม
ในขณะที่คุณนอนลงอย่างสงบในหลุมศพของคุณ
สิ่งที่กลามองซ์เป็นหาได้ทั่วไปตามท้องถนน ไม่ได้อยู่ที่กลามองซ์คนเดียวอีกแล้ว
ฉันไม่รู้จะพูดอะไรอีก ฉันรู้สึกว่าคุณพูดกับฉัน
(คุณไม่ได้พูดกับฉันหรอก ฉันแค่เข้าข้างตัวเองไปอย่างนั้น)
ฉันก็อยากพูดกับคุณ แต่จะพูดได้อย่างไร
คุณคงไม่มาอ่านบลอกฉัน ถึงอ่าน คุณก็อ่านภาษาไทยไม่ออก
คุณนอนต่อเถอะ ฉันไม่กวนแล้ว
RIP
......Emily.....

วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2551

matryoshka mania


ทำภาพนี้แล้วอยากได้ตุ๊กตาออกลูกอ้ะ
ใครไปรัสเซียซื้อให้หน่อยซี่.......

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ถ้าฉันเป็นชาย

Tag จากบิต๊ก

เช้าวันหนึ่ง ตื่นมาแล้วพบว่าฉันกลายเป็นชาย




1. คุณจะทำอย่างไร


-ทำเป็นไม่เห็นแล้วนอนต่อ



2. หน้าตาของคุณเป็นแบบไหน


-หน้าเหมือนตอนเป็นหญิง แต่มีกล้ามเป็นมัดๆ กรี๊ด!!





3. คุณจะบอกกับคนในบ้านว่าอย่างไร

-ช่วงนี้แอโรบิคทุกวัน


4. ได้เวลาอาบน้ำ

-ทำโฮมสปา ต้อนรับอวัยวะใหม่


5. สถานที่ที่อยากจะไป

-ประเวศร์ยิม อยากไปมานานละ


6. จะบอกแฟนคุณว่าไงล่ะทีนี้

-มาเพราะกายกันดาริ๊ง เราจะแข็งแรงกันทั้งคู่

7. จะกลับไปเป็นอย่างเดิมไหม

-ได้เบ่งกล้ามกับคนรัก ใครจะอยากกลับไปเป็นนังพุงย้วยแบบเดิมล่ะครับ

Tagใครต่อดี ที่นี่ไม่มีใครอ่าน...

Tag วิกกี้ละกัน

Ps: -ขออภัยเจ้าของภาพเพาะกาย searchในกูกู้มาเลยไม่รู้จะให้เครดิตใคร

-ขออภัยวิกกี้ที่จับมาเพาะกายโดยไม่ได้รับอนุญาติ

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ก่อนเปิดเทอม

อีกแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น ก็จะเปิดเทอมแล้ว
ไม่อยากให้เปิดเลย
ปิดเทอมอยู่สบายจนเคยตัว
ตารางเทอมใหม่เรียนหนักมากเลย เช้าๆทั้งนั้น
มันเยอะเพราะมีวิชาโทด้วยไง แล้วยังเป็นวิชาโทที่ไม่อยากเรียนอีก
ก็ที่อยากเรียนมันสอบไม่ติดนี่นะ ก็เอาๆไว้ก่อน
ถ้าไม่เอาตอนนี้กลัวเรียนไม่ทัน อาปาอยากให้จบ4ปี
เพราะเฮียเต้ยก็พึ่งสอบติด ป.โทที่เดียวกัน
ซึ่งก็หวังว่าเฮียเต้ยจะจบ2ปีเช่นเดียวกัน
อาปาอยากให้จบพร้อมกันเพราะลูก2คนจะได้รับปริญญาพร้อมกัน
เขาบอกว่าจะได้ไม่ต้องซื้อดอกไม้2รอบ เวลาถ่ายรูปจะได้ผลัดกันถือ ประหยัดค่าดอกไม้
และไม่ต้องขับรถไปงาน2รอบ น้ำมันยิ่งแพงๆอยู่.....
ฟังแล้วอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็ขำๆ สมเป็นอาปาดี

ตารางวิชาเทอมนี้งงนิดหน่อย ว่าไม่มีเรียนมายาต่อหรอ?
ถึงยาก ถึงทรมาน แต่ก็ยังอยากเรียนนะ..........................

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

แกะชื่อวัววัวชื่อแกะ

วันนี้ได้ไปลองเปิดสมุดสเก็ตซ์เก่าๆ(ที่จริงก็ไม่ได้เก่ามาก ประมาณปีนึง)
เจอ แกะชื่อวัว วัวชื่อแกะ ฟามโอนเนอร์ ซึ่งเกือบจะไม่มีใครพูดถึงมันแล้ว
ดูแล้วก็ยิ้มๆ ตอนนั้นคนพูดถึงกันบ่อย(เพราะโดนเราไปเล่าให้ฟังบ่อย)
ตอนนี้คงพูดกันแต่เรื่องไง๊หง่าเนาะ
ที่จริงแกะชื่อวัวกับวัวชื่อแกะมีมานานแล้วนะ
เราอยู่ประมาณม.5ได้ ก็4ปีแล้ว
ตอนนั้นวาดลงบนกระดานสเก็ตซ์ที่ใช้ติวศิลปะ
แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร และไม่มีใครสนใจ


หมาขโมยเนื้อ

ใช้อิลลัสวาดเล่นๆ

เส้น+ภาพดูเด็กน้อยปัญญาอ่อนมาก

ใช้อิลลัสไม่ค่อยเป็นนี่น้า

แต่ว่าจะเอาไปทำโมชั่น เรื่องหมาทำเนื้อตกน้ำ

จะทำทันเปิดเทอมไหมนะ


วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

Sealed with a kiss

เต้นให้สนุก

เต้นให้ได้อย่างสาวใน MV สิ

มันมาก..............

credit: Sealed with a kiss/Brian Hyland

VDO: youtube by saralexripper506070

ฉันหนีไปเมืองหมี

หนีไปกะนังนี่


ให้มันพาไป


ไปดูช้างล้มตึงตัง ที่แม่ริม

ไปชมดอกไม้

ไปเล่นกับ"เขาหัวเราะ"(He Laugh)


ไปท้าต่อยแพนด้า

ไปหาญาติไง๊หง่าโดยไม่พาไง๊หง่าไป

ไปเยี่ยมอาม่า
ไปกินร้านcafe de nimman
ไปพาแมวเข้าห้อง
สนุกมากเลยยยยยยยย
แต่แพงจัง

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551

Tokyo Tower : น้ำตาไหลเป็นสายน้ำ

วันนี้มีโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์
Tokyo Tower ที่โรงภาพยนตร์สกาล่า
เพิ่งเข้าวันนี้เลย(24/4/08)
เป็นหนังที่เรียกน้ำตาได้แบบสุดๆ ร้องไห้แบบหยุดไม่ได้
(ไอ้เรามันก็โรคจิต ชอบดูหนังที่ทำให้ร้องไห้)
สูดน้ำมูกฟืดฟาดกับวิค โรแมนติคดีแท้
เรื่องราวมันเกี่ยวกับ ลูกชายกับแม่
มันทำให้ร้องไห้ได้ดีจริงๆเลย มาสคาร่านี่ลื่นหลุด
แต่เรื่องความซึ้งก็เฉยๆนะ มันยังไม่อึ๊บ
แต่มันเศร้าอ่า T_T
PS: ตอนแรกเห็นโฆษณาในหนังสือ OOM
มันเขียนภาษาไทยว่า
"เคยถามตัวเองไหมว่า ระหว่างความฝันกับคนที่เรารัก อะไรมีค่ากว่ากัน"
แล้วคุณพระเอกก็ผมยาว ใส่เสื้อเข้ารูป ผ้าพันคอตัวแม่ กระเป๋าผู้หญิง
เราก็นึกว่า พระเอกอยากเป็นกระเทยแต่เห็นแก่แม่ซะอีก - -'

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2551

........แต่ฉันสวย

วันนี้เราจะมาแนะวิธีบำรุงผิวแบบชาวบ้านๆ
ว่ากันด้วยเรื่องของสครับ
ก่อนหน้านี้เราเคยใช้สครับมามากมาย
ตั้งแต่ซองละ19บาท ชุดละ ร้อยกว่าไปยัน ชุดละ2พันกว่าบาท
ใช้แพงๆบ่อยๆมันจะสะเทือนกระเป๋าสตางค์
เงินทองหาเองไม่ได้
ประหยัดไว้ดีกว่า
วันนี้จะมาแนะนำสครับแบบใหม่
(ได้ความรู้มาจากห้องโต๊ะเครื่องแป้งในพันทิพ)
ช่วงนี้เงินทองไม่ค่อยมี
เลยเอามาประยุกต์ ทำสครับใช้เอง
ที่เราใช้มี ...
1.มะขามเปียก ตราตลาดไท 35บาทเอง ซื้อที่ทอปส์
2.น้ำตาลทราย เรามีแต่แบบซองอะ หยิบมาจากสตาร์บัคส์
ที่เราทำ คือ.....
1. ตักมะขามเปียกใส่แก้วประมาณ 5-6ช้อนโต๊ะ
2.ใส่น้ำตาลประมาณ6-7ซอง ถ้าตักใส่ก็ 4-5ช้อนโต๊ะ
3.มีน้ำผึ้งใส่น้ำผึ้ง มีขมิ้นใส่ขมิ้น มีรำข้าวใส่รำข้าว
3.ไม่ต้องคนมาก เดียวมันละลาย เรายังต้องการเม็ดสครับอยู่
ตอนทำ....
1.ชโลมเบบี้ออยทั่วตัว เพื่อชะล้าง โลชั่น ครีมกันแดด บลาๆๆ
2.อาบน้ำตามปกติ (ใช้สบู่ล้างออยให้ออกหมด จะได้ไม่รำคาญตัว)
3.เอาสครับที่ทำไว้มา ขัดๆถูๆเบาๆ ใช้ใยบวบช่วยก็ได้ ให้ทั่วตัว(ยังไม่กล้าลองกับหน้า)
4.ล้างออกให้หมด(ไม่งั้นมดขึ้นตัวไม่รู้ด้วย)
ผล....
1. ผิวขาวบริ๊งทีเดียวเชียว
2.เนียนนุ่ม ไม่แห้งตึง(เพราะเบบี้ออยที่ใช้ตอนแรกมันซึมไปแล้วไง)
3.ช๊อบชอบ
4.ราคาถูกชิบหาย
อย่าขัดบ่อย อาทิตย์ละครั้งพอ เพราะมะขามมันเป็นกรดเดี๋ยวผิวไวแดด

วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2551

Unplayed Piano




Unplayed Piano (ชื่อเพลงของ Damien Rice)
แรงบันดาลใจไม่ได้เกี่ยวอะไรเพลงเขาหรอก
งานนี้เป็นงาน finale ของวิชา 3D Character Design
ไม่ได้มีแรงบันดาลใจจากอะไร
ก็เป็นภาพที่แว่บขึ้นมาในหัวพอดี
แล้วมันก็ไม่ได้สวยอะไร
แต่ลงสีครั้งแรก เรนเดอร์ครั้งแรก
สาวบ้านนอกอย่างเราย่อมตื่นเต้นเป็นธรรมดา
เครดิตงานนี้ยกให้พี่ต้อม (หนูอยากเป็นแบบพี่ต้อม555)
เทพเจ้ามายา
ขอบคุณค่ะ


Housework Illustration

งาน Housework Illustration
วาดภาพนี้ตอนที่ อ.บอลสั่งงาน แพกเกจจิ้ง สินค้าที่เป็นInnovation
เรื่องความครีเอทก็ยิ่งโง่ๆอยู่ เวลาก็เร่งเข้ามา(เลยวันส่งไปแล้ว)
เลยถามไถ่คนรอบข้าง(ให้เขาคิดให้ว่างั้นเถอะ)
และวิคก็ได้แนะนำให้ทำ เตารีดที่ต้มน้ำได้
สันต์เห็นก็ทักด้วยความซื่อ(และเสียงดัง)
"เหมือนที่ลงอะเดเลย" อ้าวเวร กูไม่อ่านอะเด เลยไม่ทราบมาก่อน
ว่างานของกูมันบังอาจไปซ้ำกับงานใคร
...........................................................
แต่หน้าด้าน "ก็กูคิดไม่ออก" เลยดันทุรังจะทำแพกเกจให้เตารีดต้มน้ำในอะเดซะ
สมองก็ตื้อ คิดอะไรไม่ออก ขีดๆเขียนๆออกมาเป็น Illustration รูปนี้
(ใช้อิลลัสยังไม่ค่อยเป็นเลย)
สรุปแล้วก็ไม่ได้ใช้ เพราะ
-เอามารวมกับกล่องไม่ได้
-ลายมันรกจนหาที่ลงfont ไม่ได้
-ไม่รู้จะใช้สีอะไร
-ภาพนี้มันดูเป็นเตารีดต้มน้ำได้ตรงไหนวะ
-บลา บลา บลา
-บรา บรา บรา
-..............................

สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนสินค้า ที่คิดเอง(จึงเห่ย............)
ภาพประกอบก็ไม่ได้ใช้
คิดอยู่ว่าเอาไปทำเป็นลายเสื้อยืดดีไหม


Begin

ฉันไม่ทราบว่าฉันจะมีบลอกทำไมตั้งหลายที่
ทั้งๆที่ฉันก็ไม่มีอะไรพิเศษ.................................