วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

นิทานไม่จบ

ได้งานวิชาปฐมวัยของ อ.นะคะนะมา
ทำนิทานแผ่นเดียวขนาด a3 นิทานต้องไม่จบด้วย
ก็งงกันเลยทีเดียว นิทานไม่จบเป็นยังไง
แต่งนิทานไม่ได้ เลยวาดรูปไปก่อน ค่อยแต่งเรื่องตาม

แต่งยังไงดี....ที่คิดไว้เล่นๆก็มี

"แกะน้อย หนีแม่แกะมาเที่ยวในเมือง

แล้วหาทางกลับไม่ได้ หิวก็หิว หญ้าก็ไม่มี

ระหว่างทางไปเจอหมาน้อย แกะจึงถามทางหมาว่าทุ่งหญ้าไปทางไหน

จากนั้น................................(จบ)"

อีกอันก็

"หมากับแกะเป็นเพื่อนกัน ทั้งสองอาศัยอยู่ในป่าแสนสงบ อยู่กันเพียง2คน

หมาไม่เคยเหงา เพราะมีแกะเป็นเพื่อนอยู่แล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่ง แกะชวนหมาย้ายไปอยู่ที่อื่น

ไปอยู่ในเมืองใหญ่ๆ มีเพื่อนฝูงเยอะๆมีห้างสรรพสินค้า

แต่หมาไม่อยากไป เพราะหมามีความสุขที่ได้อยู่ในป่าสงบๆอยู่แล้ว

หมาจึงบอกแกะว่า "ฉันไม่อยากไปเลย"

แกะรู้สึกขัดใจเป็นอย่างมาก จึงบอกว่าจะเข้าเมืองคนเดียว หมาเป็นห่วง

เพราะในเมืองมีแต่คนใจร้าย หมาจึงตามมาด้วย จากนั้น.....(จบ)"

โว่ย แต่ละเรื่องแลดูไม่เข้าท่าเลย

จะแต่งยังไงดีนะ!

วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Can I Eat this Score?

งานเยอะมากๆ......
ลองลิสท์งานออกมา เป็นวิชานอกเอกสัก70%
อะไรกันเนี่ย....ทำไมต้องเอาเวลามาทุ่มให้กับวิชาโทมากกว่าด้วยวะ
พยายามมองในแง่ดี พยายามหาประโยชน์จากงานที่ทำ
ประโยชน์มีอะไรนอกเหนือจากคะแนน
คะแนนมันแดกได้ไหม
เรียนปฐมวัยได้คะแนนดีๆไปก็ไม่ได้แปลว่าลูกเราจะได้เป็นไอสไตน์
เขียนแผนการสอนเป็นก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไปสร้างโรงเรียนให้ลูกเรียนเอง
อนาคตเป็นเรื่องที่ไม่ชัวร์ จะมีลูกรึเปล่ายังไม่รู้เลย
เรื่องพวกนี้มันแดกไม่ได้ เออ มันเอาไปเลี้ยงลูกได้จริง อันนั้นรู้
แต่มันจะมีประโยชน์อะไรกับการที่ว่าที่คุณแม่จบไปทำมาหากินไม่ได้
ได้แต่แบกเอาทฤษฎีการเลี้ยงเด็ก หลายๆสิบทฤษฎีเอาไปแดกเล่น
วิชาในเอกมันหาเงินให้เราแดกได้
เรามาเรียนเพื่อจะหากินกับมันอยู่แล้ว
ไม่ใช่หากินกับทฤษฎีอะไรนั่น เออ ไอ้พวกนี้มันอ่านสนุก
แต่ไม่ใช่เวลานี้.......
เวลาที่จริงจังอยากทำอะไร
อยากฝึกทำนู่นนี่ไว้ใช้หากินในอนาคต
แม่งก็มาติดกับอีลิสท์งานบนผนัง
ทำนิทาน,ดูเด็กที่โรงเรียน,หาตัวแปลต้น-ตามในทีสิสเกี่ยวกับเด็ก(ซึ่งทำไปแล้ว ต้องทำอีก)
ไปนั่งเฝ้าพัฒนาการเด็ก แล้วเล่นกับแม่งด้วย(กูจะเอาเด็กที่ไหนให้เฝ้าละเว้ย)
ดูพัฒนาการน้องต้นข้าว(ลูกใครวะแม่ง),ถุงถั่ว,เครื่องดนตรี,
บลาบลาบลา
เหนื่อยนะเว้ย.......

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ดูหนังแล้วคิดถึงเธอ



วันนี้ได้ดูdvdเรื่องEnchanted

มีหลายคนบอกให้ดูเพราะดูแล้วจะ คิดถึงใครบางคน

เจ้าหญิงนั่งเรือให้บิสซิเนสแมนพายเรือ

เจ้าหญิงที่ร้องเพลงตลอดเวลา มันจะน่ารักก็แค่ในหนังเท่านั้นแหล่ะ

เศรษฐกิจไม่ดี เงินทองไม่มี ตัญหาไม่ลด

เมื่อวานได้มีโอกาศไปเดินเลือกหาซื้อรองเท้าดีๆสักคู่
ที่ยอมซื้อคู่ใหม่ เพราะคู่เก่าพังหมดแล้ว
(ตอนแรกจะไม่ซื้อมันก็ขาดประท้วงทีละนิด ทีละข้าง ถ้ามันพูดได้คงด่าว่า
"ซื้อกูมาแค่60บาทใช้นานขนาดนี้ยังไม่พออีกหรออีงก")
เดินเข้าเดินออกหลายร้านที่เซนทรัลเวิร์น
ปากก็พร่ำบ่นตลอดเวลาว่าทำไมข้าวของรองเท้ามันแพงจัง
พวกสาวๆซื้อบ่อยๆหาเงินหาทองกันจากไหนเนี่ย จะได้ไปหาบ้าง
เดินไปเดินมาก็ไปเจอกระเป๋าคอเลกชั่นใหม่ของ LeSportsac
เป็นลายมาทรอชกา น่ารักโดนใจ
แต่ก็แพงมากๆถ้ามองว่ามันเป็นเพียงกระเป๋าผ้า
แต่ชอบลาย จังเลย ทำไมต้องขายใบละหลายๆพันด้วย 2-3ร้อยก็พอแล้ว > <




เซลสัก95%แล้วฉันจะซื้อ

สรุปแล้วเมื่อวานฉันก็ไม่ได้รองเท้าบนห้าง

เพราะคู่ที่ถูกใจไม่แพงนักก็ไม่มีไซส์ ที่ถูกใจอีกอันก็แพงไป

ที่ถูกใจอีกอันก็ลายฟร้อยไปคงใส่ได้ไม่นาน เกรงจะไม่คุ้ม

แต่ได้รองเท้าโบนันซ่ามาเพราะรองเท้าคู่กรรมนายเวร

มันโดนน้ำฝนนิดๆหน่อยๆก็เกิดอาการ"ขาดคาตีน - -"

ต้องซื้อเปลี่ยนทันทีมิฉะนั้นจะเดินไม่ได้

ถ้ามันไปขาดในร้านcamper ฉันมิต้องหอบหิ้วรองเท่าราคาครึ่งหมื่นออกมารึ

(แต่ฉันว่า ถ้าเป็นอย่างงั้นจริง ฉันคงเดินตีนเปล่าออกมาหล่ะ)

อยากมีเงินมีทองก่ายกองมากมายมาชอปปิ้งสนองตัญหาที่มาพร้อมกับวัตถุนิยม

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ถึงคุณอัลแบร์ กามู

"ผมอยากเตือนคุณไว้ว่า ถ้าเพื่อนคนไหนขอร้องให้คุณพูดออกมาตรงๆว่าเขาเป็นคนอย่างไรล่ะก็ อย่าไปหลงเชื่อเป็นอันขาด เขาเพียงแต่อยากให้คุณพูดในสิ่งที่เขาอยากฟังสิ่งที่จะมาสนับสนุนความนับถือที่เขามีต่อตัวเองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น มันจะน่าฟังมาก หลังจากที่คุณให้สัญญาตั้งแต่ต้นว่าจะพูดความจริง การรักและบูชาความจริงนั้นเป็นสิ่งเสพย์ติดได้เหมือนกัน มันทำให้เคลิบเคลิ้มระคนสบายอกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวโดยตรง ดังนั้นหากใครขอร้องให้คุณสัญญาว่าจะพูดแต่ความจริง คุณอย่าลังเล ให้สัญญาเขาไป และโกหกให้หน้าตายที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากเขาจะสมปรารถนา คุณยังได้พิสูจน์ตัวเองด้วยว่าคุณเป็นเพื่อนรักเขาอย่างแท้จริง" La chute

ถึง คุณอัลแบร์ กามู
ฉันได้พบคุณในวันที่มหาลัยเอาหนังสือมาลดราคา
ฉันได้ไปคุ้ยกองหนังสือเก่าๆ ราคาถูกๆ
ในกองนั้นมีหนังสือดีๆมากมายที่ไม่มีใครซื้อ จนต้องเอามาเซล
ฉันไม่ค่อยรู้จักหนังสือดีๆ เก่าๆสักเท่าไรหรอก
ยิ่งงานเขียนจากเจ้าของรางวัลโนเบลแบบคุณนี่ฉันแทบไม่รู้จักเลย
ฉันชอบอ่านหนังสือก็จริง แต่หนังสือที่ฉันอ่านก็เป็นเพียงงานเขียนใหม่ๆทั่วๆไป
ฉันเจอหนังสือของคุณ.....มนุษย์สองหน้า....(La Chute)
หน้าปกมันไม่น่าดึงดูดใจฉันสักเท่าไร
แต่ที่ดึงดูดฉันคือชื่อของคุณ
ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร เพียงแค่คุ้นชื่อคุณ
และผลงานของคุณถูกนำมาเซลเหลือเพียง35บาท
ฉันซื้อมาไปอย่างงั้น ซื้อเพราะคุ้นชื่อคุณ และมันถูกดี
ฉันนำงานคุณมาอ่านในห้องน้ำ เวลาทำธุระส่วนตัว
งานเขียนคุณไม่ได้สนุกสักเท่าไร
แต่งานเขียนของคุณมันดึงดูดฉัน
คุณอาจเขียนกระทบกระทั่งจิตใจฉัน
หรืออะไรก็แล้วแต่
ฉันไม่รู้หรอก
คุณกล่าววาจาเสียดแทงความเป็นมนุษย์ได้อย่างแยบยล
หลายๆสิ่งที่คุณพูดอาจเป็นสภาพสังคมในช่วงทศวรรษ 40-50
แต่คุณรู้ไหม
ในขณะที่คุณนอนลงอย่างสงบในหลุมศพของคุณ
สิ่งที่กลามองซ์เป็นหาได้ทั่วไปตามท้องถนน ไม่ได้อยู่ที่กลามองซ์คนเดียวอีกแล้ว
ฉันไม่รู้จะพูดอะไรอีก ฉันรู้สึกว่าคุณพูดกับฉัน
(คุณไม่ได้พูดกับฉันหรอก ฉันแค่เข้าข้างตัวเองไปอย่างนั้น)
ฉันก็อยากพูดกับคุณ แต่จะพูดได้อย่างไร
คุณคงไม่มาอ่านบลอกฉัน ถึงอ่าน คุณก็อ่านภาษาไทยไม่ออก
คุณนอนต่อเถอะ ฉันไม่กวนแล้ว
RIP
......Emily.....